ถ้าคุณเคยสงสัยว่าเงินของคุณจะได้รับผลตอบแทนเท่าไหร่จากการลงทุน แล้ว Yield (อัตราผลตอบแทน) ก็คือสิ่งที่คุณต้องเข้าใจ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสุ่มๆ แต่เป็นกุญแจที่ช่วยให้คุณรู้ว่าการลงทุนของคุณจริงๆ แล้วมีประสิทธิภาพแค่ไหน



Yield คือการบอกให้คุณทราบว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่คุณลงทุนเข้าไปในช่วงเวลาหนึ่ง โดยปกติจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปี วิธีคำนวณมันค่อนข้างตรงไปตรงมา ถ้าคุณลงทุนในตราสารหนี้เช่นพันธบัตร สูตรที่ใช้คือ Yield = ((ราคาปัจจุบัน – ราคาซื้อ) / ราคาซื้อ) ×100% นั่นแหละ

เมื่อพูดถึง Yield มีหลายประเภทที่ควรรู้จัก Dividend Yield คือผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้น เช่น ถ้าบริษัทจ่ายปันผล 10 บาทต่อหุ้นและราคาหุ้นอยู่ที่ 100 บาท ก็ได้ Dividend Yield = 10% นั่นคือคุณจะได้รับ 10% ต่อปี Bond Yield เป็นผลตอบแทนจากพันธบัตร และสำคัญคือ yield to maturity ซึ่งบอกให้คุณทราบว่าถ้าคุณถือพันธบัตรจนครบกำหนดจะได้รับผลตอบแทนรวมเท่าไหร่ Stock Yield นั่นคือผลตอบแทนจากกำไรสุทธิของบริษัท ส่วน Mutual Funds Yield คือผลตอบแทนจากกองทุนรวม คำนวณจากรายได้ทั้งหมดของกองทุนหารด้วยมูลค่าสุทธิ

ทีนี้ Yield ขึ้นอยู่กับอะไร ประการแรกคือประเภทของการลงทุน พันธบัตรมักให้ Yield ต่ำกว่าหุ้นแต่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เงื่อนไขตลาดก็มีผลอย่างมาก อัตราดอกเบี้ย สถานะเศรษฐกิจ ความเสี่ยงทางการเมือง ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อ Yield ที่คุณจะได้รับ ระยะเวลาการลงทุนก็สำคัญ ยิ่งลงทุนนานเท่าไหร่ Yield ก็มีโอกาสสูงขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่าความเสี่ยงมีบทบาทด้วย ลงทุนที่เสี่ยงมากต้องมี Yield สูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงนั้น นโยบายการจัดการเงินของบริษัทก็เป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม

ในตลาดหุ้น Dividend Yield คำนวณจากเงินปันผลหารด้วยราคาปัจจุบันแล้วคูณ 100% Earnings Yield คำนวณจากกำไรต่อหุ้นหารด้วยราคาปัจจุบัน ความเข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีสติ

ที่น่าสนใจคือความแตกต่างระหว่าง Yield และ Return หลายคนสับสนระหว่างสองคำนี้ Yield คือผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้ ไม่รวมการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ แต่ Return คือผลตอบแทนที่คุณได้รับจริง รวมทั้งกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ถ้าคุณซื้อหุ้นที่ 100 บาท ได้ปันผล 10 บาท แล้วขายไปที่ 120 บาท Return ของคุณจะรวมทั้งปันผลและกำไรจากราคา

ว่ามาถึง Yield แบบไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด คำตอบขึ้นอยู่กับสถานะการเงินและเป้าหมายของคุณ หุ้นให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว แต่มีความเสี่ยงสูง อสังหาริมทรัพย์ก็เหมือนกัน ให้ผลตอบแทนดีแต่ต้องมีเงินทุนมหาศาล ตราสารหนี้ปลอดภัยกว่า แต่ผลตอบแทนต่ำกว่า กองทุนรวมนั้นหลากหลายขึ้นอยู่กับประเภท ทองคำถือว่าปลอดภัย ส่วนสกุลเงินดิจิทัลให้ผลตอบแทนสูงแต่เสี่ยงมากและต้องมีความรู้เพียงพอ

สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงมักมีความเสี่ยงสูงตามมาด้วย หุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้นเติบโตเป็นตัวอย่างของหุ้นที่อาจให้ผลตอบแทนสูง อสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชย์ก็เช่นกัน กองทุนรวมผสมนั้นสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน

สรุปนี่แล้ว Yield เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะลงทุนในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือตราสารหนี้ การรู้ Yield ทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด เลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับความเสี่ยงที่คุณพร้อมจะรับและระยะเวลาที่คุณต้องการลงทุน นั่นคือการทำให้เงินของคุณทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário
  • Fixado