เมื่อวานนี้ผมได้คิดถึงเรื่องงบการเงินที่นักลงทุนต้องรู้ให้ดี และคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเราคุยกันเรื่องงบกำไรขาดทุนหรือที่เรียกว่า Profit and Loss Statement ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารที่สำคัญที่สุดในการประเมินว่าธุรกิจทำกำไรได้หรือไม่



พูดง่าย ๆ นะครับ งบกำไรขาดทุนก็คือการนำรายได้ทั้งหมดลบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าเหลือเงินก็เรียกว่ากำไร แต่ถ้าค่าใช้จ่ายมากกว่าก็ขาดทุน แต่ที่ผมชอบเรื่องนี้คือว่ามันไม่ได้แค่บอกว่ากำไรหรือขาดทุน แต่มันยังบอกว่ากำไรนั้นมาจากไหน และค่าใช้จ่ายไปไหนบ้าง

เวลาที่เราอ่านงบกำไรขาดทุน เราจะเห็นกำไรในหลายระดับ เริ่มตั้งแต่กำไรขั้นต้น ซึ่งคือรายได้ลบด้วยต้นทุนการผลิต แล้วก็มีกำไรจากการดำเนินงาน ที่แสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจเป็นไปในทิศทางไหน สุดท้ายคือกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นตัวเลขสุดท้ายที่บอกว่ากิจการมีเงินเหลือจริง ๆ เท่าไหร่หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้ profit and loss statement มีความสำคัญก็คือว่ามันช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของธุรกิจได้ดีขึ้น นักลงทุนใช้มันเพื่อดูว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพในการทำกำไรหรือไม่ ผู้บริหารใช้มันเพื่อหาว่าค่าใช้จ่ายไหนที่ควรลดลง เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น

มีสองแบบของงบกำไรขาดทุนที่เราควรรู้ แบบแรกคือแบบรายงาน ที่เรียงลำดับจากรายได้ไปยังกำไรสุทธิ เข้าใจง่ายและอ่านสะดวก แบบที่สองคือแบบบัญชี ที่แบ่งค่าใช้จ่ายไปทางซ้ายและรายได้ไปทางขวา เหมือนรูป T นั่นเอง ทั้งสองแบบก็สามารถบอกข้อมูลเดียวกันให้เรา แต่แค่รูปแบบที่ต่างกันไป

ตอนที่ผมอ่านงบกำไรขาดทุน ผมจะดูสี่อย่างนี้ก่อน ประเด็นแรกคือช่วงเวลา เพราะต้องรู้ว่านี่คือรายได้และค่าใช้จ่ายของช่วงเวลาไหน ประเด็นที่สองคือดูว่ามีกำไรหรือขาดทุน ประเด็นที่สามคือดูแหล่งที่มาของรายได้ว่ามาจากไหนบ้าง และประเด็นสุดท้ายคือดูว่าค่าใช้จ่ายไปไหนบ้าง เพราะอย่างนี้เราจะรู้ว่ามีจุดไหนที่ควรปรับปรุง

สุดท้ายนี้ผมอยากบอกว่า ถึงแม้ว่า profit and loss statement เป็นเอกสารสำคัญมากในการประเมินธุรกิจ แต่ไม่ควรมองเพียงแค่นี้เท่านั้น ลักษณะของธุรกิจ คุณภาพของทีมผู้บริหาร และปัจจัยอื่น ๆ ก็มีความสำคัญเท่า ๆ กัน การลงทุนที่ดีต้องดูหลายด้านพร้อม ๆ กัน
Esta página pode conter conteúdos de terceiros, que são fornecidos apenas para fins informativos (sem representações/garantias) e não devem ser considerados como uma aprovação dos seus pontos de vista pela Gate, nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Declaração de exoneração de responsabilidade para obter mais informações.
  • Recompensa
  • Comentar
  • Republicar
  • Partilhar
Comentar
Adicionar um comentário
Adicionar um comentário
Nenhum comentário
  • Fixado