📢 Gate 广场 TradFi 交易分享挑战上线!
晒单瓜分 $30,000 奖池,新人首帖 100% 中奖!
📌 参与方式:
带 #TradFi交易分享挑战 发帖,满足以下任一即可:
🔹 带今日指定 TradFi 币种标签发帖交流。
🔹 完成单笔大于 $10U 的 TradFi CFD 交易并挂载交易卡片。
🏷️ 今日指定标签:USDJPY、AUDUSD、US30、TSLA、JPN225
🎁 宠粉福利:
1️⃣ 卡片分享奖: 抽 50 人,每人送 $100 仓位体验券!
2️⃣ 发帖榜单奖: 冲排行榜,赢 WCTC 限定 T 恤!
3️⃣ 新粉见面礼: 新人首次发帖,100% 领 $10 体验券!
详情:https://www.gate.com/announcements/article/51221
เพิ่งสังเกตเห็นว่าหลายคนยังงงกับความแตกต่างระหว่าง Pullback กับ Throwback จริง ๆ มันเป็นเรื่องสำคัญมากในการเทรด เพราะถ้าเข้าใจผิดก็อาจจบด้วยการตัดขาดทุนได้ง่าย ๆ
พูดง่าย ๆ ว่า Pullback และ Throwback มันคือการที่ราคาหดตัวกลับมาสักพักจากแนวโน้มหลัก แต่มันไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง ราคาจะกลับไปตามแนวโน้มเดิมต่อไป ความต่างคือ Pullback เกิดในแนวโน้มขาลง (ราคาดีดตัวขึ้นมาสักครู่) ส่วน Throwback เกิดในแนวโน้มขาขึ้น (ราคาปรับตัวลงมาชั่วคราว) ทั้งสองนี้เกิดจากการที่นักลงทุนที่ถือสถานะมาก่อนหน้าเริ่มล็อกกำไร ทำให้ราคามีการปรับฐาน แต่เนื่องจากเป็นเพียงการล็อกกำไรบางส่วนเท่านั้น ราคาจึงไม่ได้เปลี่ยนแนวโน้ม
เรื่องที่ต้องระวังมากคือการสับสนระหว่าง Pullback/Throwback กับ Reversal Pattern ทั้งคู่ดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง ลองดูจุดนี้ Pullback และ Throwback จะไม่ทำลายแนวรับหรือแนวต้านเดิม แต่ Reversal จะทำลายมันไป โดยเฉพาะถ้ามีปริมาณการซื้อขายจำนวนมากตามมา ถ้าราคาทะลุแนวรับแนวต้านที่แข็งแกร่งได้ มันก็ไม่ใช่ Pullback หรือ Throwback อีกต่อไป
เรื่องกลยุทธ์การใช้ Pullback และ Throwback นั้นมีหลายแบบ วิธีที่นิยมที่สุดคือรอให้ราคา Breakout ออกจากแนวรับแนวต้าน แล้วรอให้เกิด Pullback หรือ Throwback มาทดสอบแนวเดิม ตรงนั้นแหละคือจุดเข้าที่ดี ได้ราคาดีและจุดตัดขาดทุนต่ำ
อีกแบบหนึ่งที่ใช้ได้ผลดีคือการเทรดแบบขั้นบันได ในแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน ราคาจะเคลื่อนตัวขึ้นไปแล้วหดตัวลงมาเล็กน้อย (Throwback) ที่จุดต่ำก่อนหน้า ทำให้ได้เห็นรูปแบบขั้นบันไดชัด ๆ จุดที่ราคาหดตัวลงมาทดสอบจุดต่ำเดิมนั่นคือจุดเข้าซื้อ ในทางกลับกัน แนวโน้มขาลงก็จะเห็น Pullback ที่จุดสูงก่อนหน้า
เส้นแนวโน้มก็ใช้ได้ผล Throwback ในแนวโน้มขาขึ้นจะลงมาทดสอบเส้นแนวโน้มที่ทำหน้าที่เป็นแนวรับ ถ้าราคาไม่หลุดลงไปก็เป็นจุดเข้าซื้อ ส่วน Pullback ในแนวโน้มขาลงจะขึ้นมาทดสอบเส้นแนวโน้มที่เป็นแนวต้าน ถ้าไม่ทะลุขึ้นไปก็เป็นจุดเข้าขาย
อีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ได้คือ Fibonacci ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง Throwback มักจะไม่หลุดระยะ 23.6%, 38.2%, 50% ระยะเหล่านี้สามารถใช้เป็นจุดเข้าได้ ส่วน Pullback ในแนวโน้มขาลงก็เช่นกัน ราคามักจะไม่ขึ้นเกิน 50% ของการเคลื่อนตัวลงมาก่อนหน้า
สรุปแล้ว Pullback และ Throwback คือเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ถ้าเข้าใจได้ถูกต้อง ช่วยให้เราเข้าซื้อขายได้ในราคาที่ดีและมีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจน ลองนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมืออื่น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรดได้เยอะ