This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
เปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายหุ้น: สถานะค่าคอมมิชชั่นของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์และกลยุทธ์การลดค่าใช้จ่าย
เมื่อการลงทุนในหุ้น ผู้ลงทุนจำนวนมากมักมุ่งเน้นไปที่อัตราผลตอบแทนเท่านั้น แต่หากไม่เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นอย่างถูกต้อง ค่าธรรมเนียมที่เสียไปในแต่ละครั้งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุดท้ายอย่างมีนัยสำคัญ ในบทความนี้จะพิจารณาโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในการซื้อขายหุ้น ความแตกต่างของค่าธรรมเนียมระหว่างบริษัทหลักทรัพย์ และวิธีการลดค่าธรรมเนียมอย่างได้ผลอย่างละเอียด
โครงสร้างค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นแตกต่างกันไปตามบริษัทหลักทรัพย์
ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายทุกครั้งที่ซื้อหรือขายหุ้นนั้นมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าที่คิด ในการซื้อขายหุ้นในประเทศ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการซื้อขายให้กับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงค่าธรรมเนียมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งเกาหลีและหน่วยงานชำระบัญชี ซึ่งโครงสร้างค่าธรรมเนียมนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในการซื้อขายและแพลตฟอร์มที่ใช้
สำหรับหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐอเมริกา จะมีค่าธรรมเนียมของบริษัทหลักทรัพย์บวกกับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังต้องชำระค่าธรรมเนียมของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมการเงิน (FINRA) ซึ่งทำให้ค่าธรรมเนียมโดยรวมสูงกว่าการซื้อขายในประเทศ
ตัวอย่างค่าธรรมเนียมออนไลน์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำในปี 2025 สำหรับหุ้นในประเทศ เช่น บลจ.อนาคตหลักทรัพย์ 0.136%, บลจ.เกาหลีลงทุน 0.147%, บล.ซัมซุง 0.147% + 1,500 บาท, คีม (Kiwoom) 0.015% (ตาม HeroM4), บล.ธนาคารไทยพาณิชย์ 0.1391639% + 2,000 บาท และสำหรับหุ้นต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมประมาณ 0.25%
ผลกระทบของค่าธรรมเนียมต่ออัตราผลตอบแทนจริง
เพื่อเข้าใจความสำคัญของค่าธรรมเนียมอย่างแท้จริง ต้องคำนึงถึงผลกระทบของดอกเบี้ยทบต้น สมมุติว่ามีเงินลงทุน 1 แสนบาท ทำการซื้อขาย 10 ครั้ง โดยอัตราผลตอบแทนต่อครั้งคือ 10% หากค่าธรรมเนียมเป็น 0.1% ผลตอบแทนสุดท้ายจะอยู่ที่ประมาณ 2.57 ล้านบาท แต่ถ้าค่าธรรมเนียมเป็น 0.2% ผลตอบแทนจะลดลงเหลือประมาณ 2.54 ล้านบาท ซึ่งต่างกันประมาณ 3 หมื่นบาท ยิ่งจำนวนเงินลงทุนและความถี่ในการซื้อขายเพิ่มขึ้น ผลกระทบนี้จะทวีคูณขึ้นอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าธรรมเนียมคงที่ที่บางบริษัทหลักทรัพย์เรียกเก็บ เช่น ซัมซุง หากทำรายการต่ำกว่า 1,000,000 บาท จะคิดค่าธรรมเนียม 0.147% บวกกับค่าธรรมเนียมคงที่ 1,500 บาท ซึ่งอาจดูไม่มาก แต่หากทำรายการ 100 ครั้ง ค่าธรรมเนียมคงที่เพียงอย่างเดียวก็จะเป็น 15,000 บาท ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของนักลงทุนที่เทรดแบบระยะสั้นและจำนวนมาก
นอกจากนี้ การลงทุนในหุ้นต่างประเทศยังต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งมักจะถูกกว่าการแลกเปลี่ยนผ่านธนาคารหรือแพลตฟอร์มเฉพาะทาง ควรตรวจสอบโปรโมชั่นและอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษก่อนทำธุรกรรมเสมอ
วิธีลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
เข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมอย่างละเอียด
ก่อนเริ่มการซื้อขาย ควรศึกษารายละเอียดโครงสร้างค่าธรรมเนียมของบริษัทหลักทรัพย์ที่เลือกให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เช่น ค่าธรรมเนียมคงที่หรืออัตราแบบเปลี่ยนแปลงตามจำนวนเงิน รวมถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ เพื่อวางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหากเป็นการเทรดในปริมาณน้อย
ใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่นค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าใหม่
บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มักมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าใหม่หรือกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น อนาคตหลักทรัพย์ให้ฟรี 90 วัน, ธนาคารไทยพาณิชย์ให้ฟรี 1 ปี ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนได้อย่างมากสำหรับนักลงทุนที่มีปริมาณการซื้อขายสูง
บริหารจัดการความถี่และขนาดการซื้อขายให้เหมาะสม
ยิ่งทำรายการบ่อย ค่าธรรมเนียมก็ยิ่งสะสม การรวมการซื้อขายหลายรายการเป็นครั้งเดียว หรือวางแผนให้การลงทุนเป็นก้อนเดียวจะช่วยลดค่าธรรมเนียมได้ดีขึ้น ยิ่งจำนวนเงินลงทุนสูงขึ้นและอัตราค่าธรรมเนียมลดลงตามขนาดก็ยิ่งเป็นประโยชน์
เลือกใช้แพลตฟอร์มการเทรดอย่างมีกลยุทธ์
บางแพลตฟอร์ม เช่น HeroM4 ของคีม ให้ค่าธรรมเนียมต่ำมาก การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดและงบประมาณจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามอัตราแลกเปลี่ยนและโปรโมชั่นการแลกเปลี่ยนเงินตรา
สำหรับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ควรทำการแลกเปลี่ยนเงินตราในช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยนเป็นผลดี หรือใช้โปรโมชั่นพิเศษของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อให้ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด การวางแผนการแลกเปลี่ยนล่วงหน้าสามารถช่วยลดต้นทุนได้มากขึ้น
การเลือกบริษัทหลักทรัพย์ที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของคุณเป็นกุญแจสำคัญ
เมื่อเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ควรพิจารณาไม่ใช่แค่ระดับอัตราค่าธรรมเนียมเท่านั้น แต่รวมถึงปริมาณการซื้อขาย ความถี่ในการเทรด และแพลตฟอร์มที่ใช้งานด้วย ตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่เทรดบ่อยและจำนวนมากอาจเหมาะกับบริษัทที่ไม่มีค่าธรรมเนียมคงที่ ขณะที่นักลงทุนที่ทำธุรกรรมจำนวนมากในครั้งเดียวอาจได้เปรียบจากโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ลดลงตามยอดลงทุน สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเลือกบริษัทที่มีโปรโมชั่นและเงื่อนไขที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์ที่นำเสนอเป็นข้อมูล ณ ปี 2025 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของบริษัท ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละบริษัทก่อนทำธุรกรรมเสมอ รวมถึงแพลตฟอร์มเทรดดิ้งที่อาจมีโปรโมชั่นค่าธรรมเนียมที่น่าสนใจด้วย