This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
คลื่นการสร้างโทเคนสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการออก RWA
RWA(Real World Assets,现实世界资产)กำลังเปลี่ยนจากหัวข้อเฉพาะกลุ่มเป็นจุดสนใจหลักในวงการการเงินและอุตสาหกรรม แนวคิดนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ด้วยแรงผลักดันจากกรอบการกำกับดูแลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มันในที่สุดก็เข้าสู่สายตาหลักของสาธารณะ กล่าวง่าย ๆ คือ RWA คือการแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง เช่น อสังหาริมทรัพย์ งานศิลปะ พันธบัตร หุ้น ฯลฯ ให้กลายเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน เพื่อให้สามารถซื้อขายและหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น
ทำไม RWA ถึงกลายเป็นจุดสนใจในอุตสาหกรรมอย่างกะทันหัน?
ในเดือนสิงหาคม 2024 ธนาคารกลางฮ่องกงได้เปิดตัวโครงการ “Ensemble” ซึ่งเป็น sandbox สำหรับทดสอบและวิจัยการใช้งานโทเคนที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ในโลกจริง ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญของการพัฒนา RWA โครงการนี้ครอบคลุมด้านผลตอบแทนคงที่ กองทุนลงทุน การเงินสีเขียว และการเงินห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าหน่วยงานกำกับดูแลไม่เพียงแต่ยอมรับคุณค่าของ RWA เท่านั้น แต่ยังพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันเส้นทางใหม่นี้ด้วย
ในเชิงเทคนิค ความเป็นไปได้ของ RWA อยู่ที่คุณสมบัติหลักสามประการของบล็อกเชน คือ 1. บันทึกธุรกรรมได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ 2. สัญญาอัจฉริยะช่วยให้การดำเนินการอัตโนมัติ ลดต้นทุนและความเสี่ยง 3. ระบบบัญชีแยกประเภทแบบกระจายอำนาจรองรับการทำธุรกรรมทั่วโลกโดยไม่จำกัดพื้นที่ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้สินทรัพย์ที่เคยเคลื่อนย้ายยากกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดมูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มก่อตัวแล้ว
ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นปี 2024 ตลาด RWA ทั่วโลกมีมูลค่ารวมที่ถูกล็อคไว้ (TVL) อยู่ที่ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 1.22 พันล้านดอลลาร์ในต้นปีมากกว่า 10 เท่า ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เติบโตขึ้นเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันและกองทุนมืออาชีพกำลังเข้าสู่ตลาดนี้อย่างจริงจัง
อุตสาหกรรมแบ่งตลาด RWA ตามประเภทสินทรัพย์เป็น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ สกุลเงินดั้งเดิม (Stablecoin) สินเชื่อส่วนบุคคล พันธบัตรรัฐบาล (โดยเฉพาะพันธบัตรสหรัฐฯ) สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ และหลักทรัพย์หุ้น โดยกลุ่ม stablecoin มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลและพันธบัตรรัฐบาลเติบโตเร็วที่สุด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ภายใน 7 ปีข้างหน้า มูลค่าของกองทุนและ ETF ที่ถูกโทเคนไว้จะคิดเป็นประมาณ 1% ของสินทรัพย์บริหารจัดการทั่วโลก คาดว่าในปี 2030 ตลาดนี้จะมีมูลค่ามากกว่า 6000 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน การศึกษาจากบริษัทวิจัยด้านการลงทุนอย่าง State Street ก็ชี้ให้เห็นว่าตลาดพันธบัตรซึ่งมีความซับซ้อนและความเชี่ยวชาญสูง จะเป็นกลุ่มแรกที่นำเทคโนโลยีโทเคนเข้ามาใช้ในวงกว้าง
คาดว่าในปี 2025 ตลาดนี้จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและอาจแตะ 500 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อโครงการ stablecoin ที่ได้รับการกำกับดูแล การฝากเงินในรูปแบบโทเคน และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เริ่มใช้งานจริง โครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศก็จะสมบูรณ์ขึ้น ผู้เข้าร่วมก็จะมีจำนวนมากขึ้น
RWA สามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
สำหรับระบบการเงิน RWA มีบทบาทสำคัญใน 3 ด้านหลัก
ประการแรกคือ การขยายประเภทสินทรัพย์อย่างมาก ตลาดการเงินแบบเดิมเน้นการซื้อขายสินทรัพย์มาตรฐาน เช่น หุ้น พันธบัตร ฟิวเจอร์ส แต่ RWA ช่วยให้สามารถนำสินทรัพย์หลากหลาย เช่น อสังหาริมทรัพย์ งานศิลปะ ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิในเกม โควต้าการซื้อขายคาร์บอน ฯลฯ ขึ้นบนบล็อกเชนได้ เช่น อาคารสำนักงานหนึ่งแห่งอาจถูกแบ่งเป็นโทเคนหลายพันชิ้น ทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถเข้าร่วมลงทุนในสินทรัพย์มูลค่าสูงได้ง่ายขึ้น ภาพวาดชื่อดังอาจถูกแบ่งเป็นเจ้าของร่วมกัน ทำให้สภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเกือบเป็นศูนย์เป็นสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุนแล้ว ยังเปิดช่องทางใหม่ให้เจ้าของสินทรัพย์ระดมทุนได้อีกด้วย
ประการที่สองคือ การเร่งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ด้วย RWA สถาบันการเงินสามารถออกผลิตภัณฑ์ที่เคยทำไม่ได้ เช่น การแปลงบัญชีลูกหนี้เป็นหลักทรัพย์อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กได้รับเงินสดล่วงหน้า การเปลี่ยนสิทธิในข้อมูลเป็นโทเคนเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี การสร้างกอง REITs บนบล็อกเชนก็เป็นไปได้ ซึ่งนอกจากจะสร้างโอกาสให้แก่นักลงทุนแล้ว ยังสร้างรายได้ใหม่ให้กับสถาบัน เช่น ค่าประเมินสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง การให้คำปรึกษาการลงทุน ฯลฯ
ประการสุดท้ายคือ การเพิ่มประสิทธิภาพของตลาด ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน กระบวนการลงทะเบียนสินทรัพย์ การทำธุรกรรม การชำระเงิน การปิดบัญชี จะรวดเร็วและต้นทุนต่ำลง ธุรกรรมที่เดิมอาจใช้เวลาหลายวันตอนนี้อาจเสร็จภายในไม่กี่นาที กลไกอัตโนมัติผ่านสัญญาอัจฉริยะช่วยลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาด ขณะเดียวกัน ความโปร่งใสก็จะเพิ่มขึ้น เพราะทุกธุรกรรมมีบันทึกที่ไม่สามารถแก้ไขได้
สำหรับเศรษฐกิจจริง RWA ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
การสร้างช่องทางระดมทุนที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เดิมประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สามารถแปลงสินทรัพย์ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา บัญชีลูกหนี้ ฯลฯ ให้กลายเป็นโทเคนเพื่อระดมทุนได้ เช่น บริษัทเทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตรคุณภาพสูงสามารถนำสิทธิบัตรไปแปลงเป็นโทเคนเพื่อระดมทุนพัฒนานวัตกรรมได้ หรือซัพพลายเชนที่มีบัญชีลูกหนี้จำนวนมากสามารถโทเคนเพื่อรับเงินล่วงหน้า ช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง
การผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลของสินทรัพย์ ช่วยให้การสร้าง การบริหาร และการซื้อขายสินทรัพย์เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น เช่น อสังหาริมทรัพย์และงานศิลปะที่เดิมต้องทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ สามารถตรวจสอบและประเมินค่าได้อย่างแม่นยำบนบล็อกเชน รวมถึงการบริหารสินทรัพย์ในซัพพลายเชน เช่น บัญชีลูกหนี้และสินค้าคงคลัง ก็สามารถทำเป็นดิจิทัลได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงินในห่วงโซ่อุปทาน
การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจ เนื่องจากสินทรัพย์ในระบบ RWA มีความหลากหลาย การกระจายความเสี่ยงก็ทำได้ง่ายขึ้น เมื่อความเสี่ยงไม่ได้ผูกติดอยู่กับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ระบบเศรษฐกิจโดยรวมก็จะมีความแข็งแกร่งและทนทานต่อวิกฤติมากขึ้น
ความสัมพันธ์สามเหลี่ยมระหว่าง RWA, ดิจิทัล และเมตาเวิร์ส
ทั้งสามแนวคิดนี้ดูเหมือนจะแยกจากกัน แต่แท้จริงแล้วเป็นวงจรปิดที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา
จากมุมมองด้านดิจิทัล RWA ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกทางกายภาพหรือสินทรัพย์ทางการเงินแบบเดิม (เช่น อสังหาริมทรัพย์ งานศิลปะ สินค้า) กับโลกดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีเช่น AI และสัญญาอัจฉริยะ ทำให้สินทรัพย์เหล่านี้มีชีวิตใหม่ในโลกดิจิทัล ระบบดิจิทัลช่วยให้การซื้อขายและการบริหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วโลกมากขึ้น
ในมุมมองของบล็อกเชน มันเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของ RWA โดยการโทเคนสินทรัพย์บนบล็อกเชนเปลี่ยนรูปแบบสินทรัพย์และสิทธิในสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนมือและการบริหารสิทธิเป็นไปอย่างโปร่งใสและปลอดภัย สัญญาอัจฉริยะช่วยให้การดำเนินธุรกรรมเป็นอัตโนมัติ ลดต้นทุนและความเสี่ยง
ในมุมมองของเมตาเวิร์ส RWA เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกเสมือนและโลกจริง เช่น การซื้อที่ดินในเมตาเวิร์ส (ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ RWA) เพื่อสร้างร้านค้าหรือประสบการณ์แบรนด์ หรือการซื้อขายสินค้าดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับสินค้าจริง เช่น เสื้อผ้าดิจิทัลที่มีลิขสิทธิ์แท้จากแบรนด์ดัง การผสมผสานระหว่างโลกเสมือนและโลกจริงนี้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ และทำให้เส้นแบ่งระหว่างสองโลกเบลอมากขึ้น เช่น การสร้างเสื้อผ้าดิจิทัลที่มีลิขสิทธิ์แท้ หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมตาเวิร์สร่วมกับพันธมิตรจริง
โครงสร้างการกำกับดูแล RWA ในฮ่องกงเป็นอย่างไร?
ในฐานะศูนย์กลางการเงินของเอเชีย ฮ่องกงเป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนากรอบการกำกับดูแล RWA ตั้งแต่ต้นปี 2024 ธนาคารกลางฮ่องกงได้เริ่มดำเนินการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ค่อนข้างสมบูรณ์
หลักการสำคัญของการกำกับดูแลประกอบด้วย:
การนิยามชัดเจนว่า RWA และผลิตภัณฑ์โทเคนเป็นอะไร โดยในมาตรฐานการกำกับดูแลที่ออกในกุมภาพันธ์ 2024 ได้ระบุชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์โทเคนที่อยู่ในขอบเขตของการกำกับดูแลคืออะไร และได้ยกเว้นสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมาย “พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และฟิวเจอร์ส” รวมถึงไม่ครอบคลุม stablecoin (ซึ่งมีกรอบการกำกับดูแลแยกต่างหาก)
หลักการ “ใช้กฎเกณฑ์เดิม” ซึ่งหมายความว่ากฎเกณฑ์และมาตรการคุ้มครองของตลาดการเงินแบบเดิมที่มีอยู่แล้ว จะนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์โทเคนที่มีลักษณะและความเสี่ยงใกล้เคียงกัน เพื่อความสอดคล้องและป้องกันความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแล
การตรวจสอบความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการก่อนขายผลิตภัณฑ์โทเคน โดยต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
การเปิดเผยข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง ต้องให้ข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วน รวมถึงความเสี่ยงด้านเทคนิค การโจมตีทางไซเบอร์ สิทธิในความเป็นเจ้าของ และความแน่นอนของสิทธิในสินทรัพย์
การทดลองใน sandbox “Ensemble” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องให้บริษัทที่ผ่านเกณฑ์สามารถทดสอบ RWA ได้ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เพื่อเก็บข้อมูลและปรับปรุงนโยบาย
การเชื่อมโยงกับ stablecoin และ RWA เนื่องจากในอนาคต การทำธุรกรรม RWA จะใช้ stablecoin ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด การควบคุม stablecoin จึงเป็นหัวใจสำคัญของความเสถียรภาพของระบบนิเวศนี้
ใครมีสิทธิ์ออก RWA ในฮ่องกง?
จากมุมมองของหน่วยงานและองค์กรหลัก ได้แก่
สถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาต เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจัดการสินทรัพย์ ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านทุนและความเชี่ยวชาญ เช่น ธนาคารสามารถนำสินเชื่อธุรกิจไปแปลงเป็นโทเคนและออก RWA ได้โดยตรง
แพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการออกและซื้อขาย RWA เช่น แพลตฟอร์มที่ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายและความปลอดภัยของสินทรัพย์
บริษัทเทคโนโลยีด้านฟินเทค ที่มีความเชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น บริษัทที่พัฒนาแพลตฟอร์มบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนการออก RWA เช่น ตัวอย่างของ Ant Group ที่ออกสินทรัพย์ในภาคพลังงานในฮ่องกง
การออก RWA ของจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกง: เงื่อนไขและขั้นตอน
เงื่อนไขเบื้องต้นก่อนออก
ความถูกต้องตามกฎหมายของสินทรัพย์ ต้องเป็นไปตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ เช่น สินทรัพย์ในอุตสาหกรรมศิลปะ การเงิน พลังงาน ต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะด้าน
ความชัดเจนในกรรมสิทธิ์ เจ้าของสินทรัพย์ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิ์ในสินทรัพย์อย่างถูกต้อง เช่น โฉนดที่ดิน เอกสารสัญญา
การประเมินมูลค่าที่แม่นยำ ต้องใช้บริษัทประเมินที่ได้รับอนุญาตและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ผลการประเมินเป็นไปตามมาตรฐานและโปร่งใส
เทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ ระบบบล็อกเชนต้องมีความปลอดภัยและโปร่งใส สามารถบันทึกข้อมูลสิทธิและธุรกรรมได้อย่างถูกต้องและไม่สามารถแก้ไขได้
การบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการเงิน เช่น การควบคุมเงินตราต่างประเทศ การป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้าย
ขั้นตอนการออก RWA อย่างละเอียด
เลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม เช่น สินทรัพย์ที่มีรายได้สม่ำเสมอและเป็นไปตามกฎหมาย
วางแผนการออก ร่วมกับสถาบันการเงิน กฎหมาย และที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อกำหนดรายละเอียด เช่น ข้อมูลสินทรัพย์ วิธีการโทเคน การอนุมัติ การระดมทุน
ประเมินและตรวจสอบ จ้างบริษัทประเมินและตรวจสอบเพื่อยืนยันมูลค่าและความถูกต้องของสินทรัพย์
สร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยี เลือกหรือพัฒนาแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ยื่นเอกสารและขออนุญาตตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ
ดำเนินการออกและซื้อขาย เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จัดการโทเคนและเปิดให้ซื้อขายในตลาดฮ่องกง
บริหารจัดการหลังการออก รวมถึงการดูแลสินทรัพย์ การรายงานข้อมูล การคุ้มครองนักลงทุน
ข้อควรระวังด้านกฎหมายและความสอดคล้องของ RWA
ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายของสินทรัพย์ เช่น การเป็นเจ้าของที่ดิน การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ
ความซับซ้อนของกฎหมายข้ามประเทศ ต้องเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายของทั้งจีนและฮ่องกง รวมถึงมาตรฐานสากล เช่น การต่อต้านการฟอกเงิน การคว่ำบาตร
สัญญาและข้อตกลง ควรระบุสิทธิและหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน รวมถึงการรับรองและการบังคับใช้ตามกฎหมาย
ภาษีและการวางแผนภาษี ควรประสานงานกับที่ปรึกษาด้านภาษีเพื่อวางแผนภาษีทั้งในจีนและฮ่องกง เพื่อป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อนและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศ
โดยสรุป RWA เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ในยุคดิจิทัล แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน